genesis.in.th วิทยุมิสซังท่าแร่ - หนองแสง " ข่าวดี มีสาระ สร้างสรร และบันเทิง"
                                                                                                                                                            
" ขอต้อนรับสู่ วิทยุมิสซังท่าแร่ - หนองแสง " ข่าวดี มีสาระ สร้างสรร และบันเทิง"  อัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง    บริษัท ปฐมกาล จำกัด
 
  :: ประวัติอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง ::  
 

ความเป็นมาในระยะเริ่มแรกถึงปี ค. ศ.1950

                                                  โดย คุณพ่อดาเนียล ขวัญ ถิ่นวัลย์

 
   
 

การตั้งกลุ่มคริสตชนที่สกลนคร


        เมื่อตั้งกลุ่มคริสตชนที่นครพนมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่อมาในเดือนมิถุนายน ค . ศ.1884 ( พ. ศ.2427) คุณพ่อโปรดม เดินทางไปสกลนครพร้อมกับครูทัน
ตั้งใจจะไปเยี่ยมคริสตชนที่มาจากประเทศเวียดนามตามที่ได้ยินมา และเปิดศูนย์คาทอลิกที่นั่นหากเป็นไปได้ คุณพ่อได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากคริสตชนชาวเวียดนาม
และมีชาวเวียดนามจำนวนหนึ่งแจ้งความจำนงจะเป็นคริสตชน คุณพ่อจึงได้สร้างที่พักและอยู่กับพวกเขา 1 เดือนแล้วจึงมอบให้ครูทัน ดูแล ส่วนคุณพ่อเดินทางกลับนครพนม

กลางเดือนสิงหาคม ค . ศ.1884 ( พ. ศ.2427) คุณพ่อโปรดม เดินทางไปสกลนครอีกครั้งหนึ่งพร้อมกับคุณพ่อเกโก จากนครพนม คุณพ่อได้ใช้โอกาสนั้นสอนศาสนา
แก่ชาวเวียดนามที่สนใจ ในใบบอกเมืองสกลนคร ทำให้เราทราบว่ามีชาวเวียดนามเป็นจำนวนมากสมัครเป็นคริสตชนในครั้งแรกนั้น

      … ครั้น ณ . เดือน 7 ปีวอก ฉศก บาทหลวงอเล็กซิส โปรดม บาทหลวงซาเวียร์ เกโก ชาวฝรั่งเศสได้ขึ้นมาเมืองสกล เพี้ยศรีสองเมือง นายกองญวน เพี้ยจ่าย
      ปลัดกองญวน ได้พาพรรคพวกญวน 75 คน สมัครเข้าศาสนาบาทหลวง เหลือญวนเมืองสกลนครที่ยังไม่เข้าศาสนากับบาทหลวงเพียง 35 คน
…”

        เมื่อเห็นว่าจำนวนผู้สมัครเป็นคริสตชนเพิ่มจำนวนมากขึ้น คุณพ่อโปรดม จึงได้จัดตั้งศูนย์คาทอลิกสกลนครขึ้นในปี ค. ศ.1884 ( พ. ศ.2427) ซึ่งพระสังฆราช
เกลาดิอุส บาเย ได้อ้างบันทึกของคุณพ่อโปรดม ในรายงานประจำปี ค. ศ.1910 ( พ. ศ.2453) เอาไว้ในหนังสือ “ ประวัติการเผยแพร่พระศาสนาในภาคอีสาน
และประเทศลาว ” ที่แปลโดยพระอัครสังฆราชมีคาแอลเกี้ยน เสมอพิทักษ์ ว่า

       “ กลุ่มคริสตังสกลนครซึ่งเริ่มก่อตั้งขึ้นในปี ค . ศ.1884 ( พ. ศ.2427) และในวันที่ 8 กันยายนปีเดียวกันก็ได้มีการโปรดศีลล้างบาปให้คริสตังใหม่กลุ่มแรก
ภายในวัดน้อยที่ตั้งไว้ชั่วคราวระหว่างหนองหารและตัวเมือง ”


       ในบริเวณซึ่งเป็นที่ตั้งโรงภาพยนตร์ประสานราษฎร์ปัจจุบัน แต่จากหลักฐาน “ สมุดบัญชีศีลล้างบาป คริสตัง สกลนคร ปี 1884, 1885, 1886 ” ที่บันทึกโดย
คุณพ่อโปรดม พบว่า ผู้ที่ได้รับศีลล้างบาปในลำดับที่ 1 ชื่อ “ มารีอา เดียง ” ได้รับศีลล้างบาปในวันสมโภชพระนางมารีย์ได้รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ วันที่ 15 สิงหาคม
ค. ศ.1884 ( พ. ศ.2427) ทำให้เราแน่ใจว่า คุณพ่อโปรดม ได้ล้างบาปให้คริสตชนที่สกลนครก่อนหน้านั้นแล้ว หลังจากนั้นจึงได้มอบกลุ่มคริสตชนใหม่นั้น
ให้คุณพ่อเกโกกับครูทัน ดูแลและเดินทางกลับไปอุบลฯ เพื่อเตรียมตัวเดินทางไปกรุงเทพฯ นานวันเข้าได้มีหลายคนมาสมัครเป็นคริสตชน ส่วนใหญ่เป็นชาวเวียดนาม
ที่ได้รับการปลดปล่อยจากการเกณฑ์แรงงานและคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผีปอบ 40 คน ทำให้จำนวนคริสตชนเพิ่มมากขึ้น

      เป็นความลำบากมากทีเดียวที่จะจัดหาที่ดินเพื่อพักอาศัย และทำกินสำหรับคริสตชนเหล่านั้นในตัวเมืองสกลนคร ประกอบกับถูกกลั่นแกล้งไม่หยุดหย่อนจากเจ้าหน้าที่
บางคน คุณพ่อเกโก จึงได้คิดหาทำเลสำหรับตั้งหมู่บ้านคริสตชนใหม่ ในคืนวันหนึ่งหลังการฉลองนักบุญทั้งหลายปี ค. ศ.1884 ( พ. ศ.2427) คุณพ่อเกโก และครูทัน
ได้ตัดสินใจย้ายกลุ่มคริสตชน โดยจัดทำแพใหญ่ทำด้วยเรือเล็กและไม้ไผ่ผูกติดกันบรรทุกทั้งคน และสัมภาระลงแพ ใช้ผ้าห่มและผืนผ้าขึงแทนใบให้ลมพัด
ไปในทิศทางที่พระเป็นเจ้าทรงประสงค์ ที่สุดพวกเขาสามารถข้ามไปยังอีกฟากหนึ่งของหนองหารอย่างปลอดภัย และตั้งหลักแหล่งที่นั่น

3.5 กลุ่มคริสตชนวัดมหาพรหมมีคาแอล หนองหาร

       คริสตชนกลุ่มแรกที่ย้ายมามี 20 ครอบครัวประมาณ 150 คน นับทั้งที่ได้รับศีลล้างบาปแล้วกับผู้ที่กำลังเตรียมซึ่งมีทั้งชาวเวียดนามและพื้นเมือง ส่วนมากเป็นทาส
ที่ได้รับการไถ่ให้เป็นอิสระหรือพวกที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผีปอบ และคริสตชนใหม่จำนวน 35 คนได้รับศีลมหาสนิทครั้งแรกในโรงเรือนที่ทำเป็นวัดชั่วคราว
ในดินแดนแห่งใหม่นั้นเอง ในวันสมโภชพระคริสตสมภพปี ค. ศ.1884 ( พ. ศ.2427) พร้อมกับการล้างบาปคริสตชนกลุ่มแรกที่ท่าแร่จำนวน 8 คน เนื่องจากคริสตชน
เหล่านั้น ได้ร้องขอความช่วยเหลือจากอัครเทวดามีคาแอลเป็นประจำ เพื่อให้ช่วยคุ้มครองป้องกันและสู้ทนกับความยากลำบาก

       วัดหลังแรกที่สร้างเป็นโรงเรือนชั่วคราวจึงตั้งชื่อว่า “ วัดมหาพรหมมีคาแอล หนองหาร ” ดังปรากฎในหลักฐาน “ สมุดบัญชีศีลล้างบาป วัดนักบุญมารีอามักดาเลนา
บ้านนาโพธิ์ 1888 ” ที่บันทึกโดย คุณพ่อยอแซฟ กอมบูริเออ บอกให้เราทราบว่า คริสตชนกลุ่มแรกของวัดนาโพธิ์ล้างบาปที่ “ วัดมหาพรหมมีคาแอล หนองหาร ”
(Ecclesia Sti Michaelis Nong-Han) เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ค. ศ.1888 ( พ. ศ.2431) เป็นที่น่าสังเกตว่าในการล้างบาปคริสตชนที่ท่าแร่ในเวลาต่อมาในปี ค . ศ.1885
( พ. ศ.2428) ที่บันทึกโดย คุณพ่อยอร์ช ดาแบง ยังคงใช้คำว่า “ วัดสกล ” (Ecclesiae Sakhon) บางครั้งก็ใช้คำว่า “ วัดเล็กเมืองสกลนคร ” (sacello civitatis Sakhon
Nakhon) ในการล้างบาปอีกครั้งในวันฉลองแม่พระลูกประคำ วันที่ 7 ตุลาคม จึงใช้คำว่า “ วัดมหาพรหมมีคาแอล เมืองสกล ” (Ecclesia Sti Michaelis Urbis Sakhon)

       ต่อมาในสมัยคุณพ่อกอมบูริเออ ใช้เพียงว่า “ วัดมหาพรหมมีคาแอล ” (Ecclesia Michaelis) ตามที่ปรากฎใน “ สมุดบัญชีศีลล้างบาปคริสตัง สกลนคร ปี 1884,
1885, 1886 ” ยังไม่มีการใช้ชื่อ “ ท่าแร่ ” แต่อย่างใด เป็นไปได้ว่าชื่อ “ หนองหาร ” อาจเป็นชื่อดั้งเดิมของกลุ่มคริสตชนที่ท่าแร่ ส่วนการจะเปลี่ยนชื่อเป็น “ ท่าแร่ ”
เมื่อไรนั้นไม่ปรากฎหลักฐานแน่ชัด แต่จากเอกสารที่เขียนด้วยอักษรโรมัน ( ภาษาวัด) 2 เล่ม ซึ่งผู้เขียนให้ชื่อว่า “ บันทึกเหตุการณ์และหนังสือเข้า ” และ
“ สำเนาหนังสือออกและคดีความ ” ที่บันทึกโดยคุณพ่อกอมบูริเออ ในช่วงแรกไม่ปรากฎการใช้ชื่อ “ ท่าแร่ ” แต่อย่างใด นอกจากชื่อ “ วัดมหาพรหมมีคาแอล
แขวงเมืองสกลนคร ” เพิ่งจะมาปรากฎในบันทึก “ สำเนาหนังสือออกและคดีความ ” เลขที่ 10 ลงวันที่ 11 พฤศจิกายน ค. ศ.1901 ( พ. ศ.2444) ที่คุณพ่อกอมบูริเออ
เขียนถึงพระวิชิตพลหาร ผู้ช่วยเมืองสกลนคร จึงได้ใช้ชื่อ “ บ้านท่าแร่ ” โดยเขียนขึ้นต้นหนังสือฉบับนั้นว่า “ ที่สำนักท่านบาทหลวง บ้านท่าแร่ ” อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกัน ว่าชื่อ “ ท่าแร่ ” เรียกตามชื่อถิ่นที่ตั้งหมู่บ้านอันเป็นบริเวณที่เต็มไปด้วยป่าไม้มีหินลูกรังอยู่ทั่วไป ซึ่งคนภาคพื้นนั้นเรียกว่า “ หินแฮ่ ”และเป็นชื่อที่
เรียกขานกัน ตั้งแต่แรกเช่นเดียวกันในหมู่ชาวบ้านจนเป็นที่นิยมเรียกกันทั่วไปจนติดปาก ต่อมาชื่อ “ ท่าแร่ ” จึงได้กลายมาเป็นชื่อหมู่บ้านอย่างในปัจจุบัน


     ในระยะเริ่มแรกกลุ่มคริสตชนที่นครพนม และท่าแร่อยู่ในความดูแลของคุณพ่อเกโก ส่วนคุณพ่อโปรดม เดินทางไปกรุงเทพฯ และกลับมาในเดือนมีนาคม
ค . ศ.1885 ( พ. ศ.2428) พร้อมกับคุณพ่อกอมบูริเออ มาถึงท่าแร่วันที่ 4 พฤษภาคมปีนั้นเอง และคุณพ่อโปรดม ได้แต่งตั้งให้คุณพ่อกอมบูริเออ เป็นเจ้าอาวาสองค์แรก
จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม ค. ศ.1937 ( พ. ศ.2480) จึงได้ลาออกจากตำแหน่งและถึงแก่มรณภาพที่ท่าแร่เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ค. ศ.1939 ( พ. ศ.2482) นับเป็นเจ้าอาวาสวัด
ท่าแร่ที่ยาวนานที่สุดกว่า 52 ปี และได้สร้างคุณประโยชน์สำหรับชาวท่าแร่เป็นอย่างมาก จนท่าแร่เจริญก้าวหน้าและกลายเป็นอาณาจักรของพระเยซูคริสตเจ้า
ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยในปัจจุบัน

3.6 คำเกิ้ม ศูนย์กลางมิสซังแห่งที่สอง

       หลังจากฉลองคริสตสมภพปี ค . ศ.1884 ( พ. ศ.2427) ที่ท่าแร่ คุณพ่อเกโก ได้เดินทางไปนครพนมในต้นเดือนมกราคม ค. ศ.1885 ( พ. ศ.2428)
เวลานั้นคริสตชนใหม่และผู้เตรียมเป็นคริสตชนมีไม่มาก และรวมกลุ่มอาศัยอยู่ทางทิศเหนือของตัวเมืองนครพนม ใกล้กับที่เรียกว่า “ วัดป่า ” คุณพ่อโปรดม
เห็นชอบที่จะย้ายกลุ่มคริสตชนดังกล่าวไปอยู่ในที่ที่เหมาะสมกว่า คุณพ่อเกโก ได้ปรึกษาหารือกับทุกคนถึงเรื่องสถานที่ใหม่ เวลานั้นคุณพ่อดาแบง
เดินทางมาจากท่าแร่ได้รับเชิญให้ร่วมปรึกษาหารือด้วย เมื่อปรึกษากันดีแล้วได้ตกลงเอาบ้านคำเกิ้ม ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของตัวเมืองนครพนมประมาณ
3-4 กิโลเมตร บ้านคำเกิ้มเวลานั้นมีคนต่างศาสนาอยู่ก่อนแล้ว 3-4 ครอบครัวซึ่งยินดีที่จะกลับใจเป็นคริสตชน เช้าวันรุ่งขึ้นทุกคนทั้งคริสตชนใหม่และผู้เตรียมตัว
เป็นคริสตชน ได้ไปรวมกันที่บ้านคำเกิ้มและลงมือหักล้างถางพงเพื่อตั้งบ้านเรือนและที่ทำกิน ต่อมาภายหลัง

       เมื่อมีพระสงฆ์องค์หนึ่งประจำที่คำเกิ้มและอีกองค์หนึ่งที่ท่าแร่ บ้านคำเกิ้มได้กลายเป็นที่ตั้งของศูนย์มิสซังใหม่แทนที่บุ่งกะแทวอุบลราชธานี และเป็นที่ที่บรรดา
พระสงฆ์ ์ได้มาประชุมเข้าเงียบประจำปีในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี รวมทั้งได้เริ่มบันทึกรายชื่อผู้รับศีลล้างบาปในสมุดหนาเล่มหนึ่งที่คุณพ่อดาแบง นำติดตัวมา
โดยเริ่มต้นดังนี้

  “ บันทึกศีลล้างบาป ของคริสตังที่นครพนม วัดนักบุญยอแซฟ ค . ศ.1885 ” และผู้ที่ได้รับศีลล้างบาปลำดับแรกลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ค. ศ.1885 ( พ. ศ.2428)
จากเดิมที่เคยจดบันทึกในสมุดบัญชีของวัดบุ่งกะแทว และในระหว่างนั้นคุณพ่อเกโก ได้เดินทางไปมาระหว่างคำเกิ้ม และท่าแร่จนถึงเวลาที่คุณพ่อโปรดม แต่งตั้ง
คุณพ่อกอมบูริเออ เป็นเจ้าอาวาสวัดท่าแร่ ในช่วงเวลานั้นมิสซังมีศูนย์กลางอยู่ 3 แห่งคือ บุ่งกะแทวสำหรับภาคใต้ ท่าแร่สำหรับภาคตะวันตก และคำเกิ้มสำหรับภาคเหนือ
และตามแม่น้ำโขง ซึ่งศูนย์ทั้งสามแห่งได้กลายเป็นศูนย์กลางสำคัญสำหรับการขยายการแพร่ธรรมในหมู่บ้านต่าง ๆ ทั้งใกล้และไกล มีหมู่บ้านคริสตชนเพิ่มขึ้นอีกหลายแห่ง
ในเวลาต่อมา

     กล่าวคือจนถึงปี ค. ศ.1899 ( พ. ศ.2442) มิชชันนารีสามารถจัดตั้งชุมชนคาทอลิกในภาคอีสานและประเทศลาวได้ทั้งหมด 55 หมู่บ้าน โดยเกิดจากศูนย์บุ่งกะแทว
ในเขตอุบลฯ 15 หมู่บ้าน จากศูนย์ท่าแร่ในเขตสกลนคร 9 หมู่บ้าน และที่ศูนย์คำเกิ้มในเขตนครพนม 31 หมู่บ้าน จากปี ค . ศ.1881 ( พ. ศ.2424) ถึง ค. ศ.1898
( พ. ศ.2441) คุณพ่อโปรดม ผู้บุกเบิกต้องเดินทางไปกรุงเทพฯ 18 ครั้ง เพื่อรายงานกิจการ ตลอดจนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้พระสังฆราชเวย์ ทราบ

     และเพื่อรับคำแนะนำ และสิ่งของต่าง ๆ ที่ต้องการสำหรับ 1 ปี เช่น เงิน น้ำองุ่น แป้งทำฮอสเตีย, ยารักษาโรค ฯลฯ และนำพระสงฆ์ใหม่สำหรับไปช่วยงานแพร่ธรรม
การเดินทางสมัยนั้นนับว่าลำบากมากต้องฝ่าอันตรายผ่านป่าดง ข้ามภูเขาหลายลูก จากอุบลฯถึงกรุงเทพฯใช้เวลาเดินทางอย่างน้อย 25 วัน และจากกรุงเทพฯ
ถึงอุบลฯ 30 วัน การเดินทางส่วนใหญ่จะใช้ม้า เรือแจวและเกวียนไม่สะดวกเหมือนเช่นทุกวันนี้

 

 
 
 
 
 
 

 
 

 
 

 
 

ฝากข้อความ-ขอเพลง

 
 

 
 

 
 

 
 

 
 

เพื่อนบ้าน
อัครสังฆมณฑลท่าแร่ฯ อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ สังฆมณฑลเชียงใหม
สังฆมณฑลนครสวรรค สังฆมณฑลอุดรธาธานี สังฆมณฑลนครราชสีมา
สังฆมณฑลจันทบุรี สังฆมณฑลราชบุรี สังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี
สังฆมณฑลนครสวรรค์    

Radio Online เพื่อนบ้าน
thaicatholicradio Loveradio วิทยุสร้างเม็กพัฒนา FM100.50MHz.
Radio Vatican สัมฤทธิ์โปรโมชั่น มายฮาร์ทเรดิโอ FM 102.25 MHz.
nbkradio104 ดอกคูนเรดิโอ วิทยุท้องถิ่นดินแดนภูพาน FM 98.0 MHz.
naphoradio บรรจงโปรโมชั่น วิทยุศรีสกลเรดิโอ FM 94.0 MHz.
กรมประชาสัมพันธ์ อสมท.สกลนคร เต่างอยเรดิโอ FM 89.25MHz.
วิทยุรัฐสภา    

 
 
 ผู้บริหาร -คณะกรรมการ| ผังรายการ | ผู้สนับสนุน |webboard |นักจัดรายการ|ถ่ายทอดภาพและเสียง|ติดต่อเรา


วิทยุมิสซังท่าแร่-หนองแสง อัครสังฆมณฑลท่าแร่ - หนองแส

โดย บริษัท ปฐมกาล จำกัด
41 ม.8 ตำบลท่าแร่ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร 47230

e-mail : admin@genesis.in.th
  , genesis10450@gmail.com

MIDI
http://www.free-counter-plus.com
 ปรับปรุงข้อมูลเมื่อ
July 5, 2016

สถิติ : เริ่ม 24 มิถุนายน 2006