genesis.in.th วิทยุมิสซังท่าแร่ - หนองแสง " ข่าวดี มีสาระ สร้างสรร และบันเทิง"
                                                                                                                                                            
" ขอต้อนรับสู่ วิทยุมิสซังท่าแร่ - หนองแสง " ข่าวดี มีสาระ สร้างสรร และบันเทิง"  อัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง    บริษัท ปฐมกาล จำกัด
 
  :: ประวัติอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง ::  
 

ความเป็นมาในระยะเริ่มแรกถึงปี ค. ศ.1950

                                                  โดย คุณพ่อดาเนียล ขวัญ ถิ่นวัลย์

 
   
 
  • สงครามโลกครั้งที่ 2 และกรณีพิพาทอินโดจีน

        กลางปี ค . ศ.1939 ( พ. ศ.2482) บรรยากาศทางการเมืองในทวีปยุโรปได้เลวร้ายลง จนกระทั่งวันที่ 1 กันยายน ค. ศ.1939 ( พ. ศ.2482) กองทัพเยอรมันภายใต้การนำของอด๊อฟ ฮิตเลอร์ ได้เปิดฉากบุกประเทศโปแลนด์แบบสายฟ้าแลบ เป็นเหตุให้ประเทศอังกฤษกับฝรั่งเศสประกาศสงครามกับเยอรมันในอีกสองวันต่อมา พร้อมกับกลุ่มประเทศที่เรียกว่า ฝ่ายสัมพันธมิตร ส่วนประเทศอิตาลีและญี่ปุ่นได้เข้าร่วมสงครามกับฝ่ายเยอรมันที่เรียกว่า ฝ่ายอักษะ และนำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 2

       ปลายปี ค . ศ.1940 ( พ. ศ.2483) บรรยากาศทางการเมืองในประเทศไทยดูขุ่นมัวไปทั่ว และได้เกิดสถานการณ์แห่งความยากลำบาก รัฐบาลไทยได้เสนอให้รัฐบาลฝรั่งเศสปรับปรุงเส้นเขตแดนระหว่างไทยกับอินโดจีนเสียใหม่ เพราะดินแดนที่ไทยเสียไปตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ยังปักหลักเขตแดนไม่เรียบร้อย แต่รัฐบาลฝรั่งเศสปฏิเสธและนำไปสู่การใช้กำลังเข้าตัดสินปัญหาที่เรียกว่า กรณีพิพาทอินโดจีน หรือ สงครามอินโดจีน และยุติลงตอนต้นปี ค. ศ.1941 ( พ. ศ.2484) โดยการไกล่เกลี่ยของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งปลายปีนั้นเองญี่ปุ่นได้เปิดฉากสงครามเอเชียบูรพากับฝ่ายสัมพันธมิตรและบังคับให้ประเทศไทยเข้าร่วม

 

เกลาดิอุส บาเย, ประวัติการเผยแพร่พระศาสนาในภาคอีสานและประเทศลาว, หน้า 161.

คำจวน ศรีวรกุล, อนุสรณ์งานวชิรสมโภช 75 ปี วัดอัครเทวดามีคาแอล บ้านท่าแร่ อ. เมือง จ. สกลนคร,
( กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ประเสริฐธนกิจ, 2503), หน้า 10.

 

  • การเบียดเบียนศาสนา

        ความเคียดแค้นต่อประเทศฝรั่งเศส อันเนื่องจากการใช้อำนาจยึดดินแดนบางส่วนของประเทศไทยไปนั้นเอง ประกอบกับการที่บาทหลวงตามวัดส่วนใหญ่เป็นชาวฝรั่งเศสทำให้ชาวไทยคิดรวมไปว่า คริสตศาสนาเป็นศาสนาของฝรั่งเศสจึงเริ่มมีการต่อต้านเกิดขึ้น
พระสังฆราชแกวง กลัวว่ามิชชันนารีชาวฝรั่งเศสจะไม่สามารถทำหน้าที่ต่อไปได้ จึงได้เลือกคุณพ่อศรีนวล เป็นผู้ปกครองมิสซังแทน
และเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ค. ศ.1940 ( พ. ศ.2483) วิทยุกระจายเสียงกรมประชาสัมพันธ์ที่กรุงเทพฯได้ประกาศให้ชาวฝรั่งเศสทุกคนออกจากประเทศไทย
ภายใน 48 ชั่วโมง

        วันรุ่งขึ้นสังฆราชแกวง และพระสงฆ์ฝรั่งเศสถูกจับและส่งตัวออกจากประเทศไทยโดยข้ามแม่น้ำโขงไปประเทศลาว

        วันที่ 7 มกราคม ค. ศ.1941 ( พ. ศ.2484) ประเทศไทยได้ประกาศสงครามกับอินโดจีนของฝรั่งเศส ภาวะสงครามดังกล่าวทำให้รัฐบาลไทย
ภายใต้การนำของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ประกาศกฎอัยการศึกในเขตจังหวัดชายแดน 24 จังหวัด ยังผลให้เกิดการเบียดเบียนคริสตศาสนาอย่างรุนแรง
เพราะเข้าใจว่าเป็นแนวร่วมของฝรั่งเศส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดนครพนม สกลนคร หนองคายและอุดรธานี วัดวาอารามถูกปิดหมดและถูกรื้อทำลาย บ้านพักพระสงฆ์ถูกใช้เป็นที่จำวัดของพระภิกษุหรือที่พักราชการ ศาสนภัณฑ์และของมีค่าของวัดตามที่ต่าง ๆ ถูกริบและทำลาย คริสตชนถูกห้ามปฏิบัติศาสนา ถูกข่มขู่และถูกบังคับให้เลิกนับถือศาสนาของตน ใครไม่ทำตามจะได้รับโทษบางคนถูกจับขังคุกหรือถูกฆ่าตาย
เช่นที่บ้านสองคอน อำเภอมุกดาหาร จังหวัดนครพนม

       บรรดาพระสงฆ์ไทยที่เหลืออยู่ถูกจับขังคุกและถูกทรมาน เช่น คุณพ่อเอดัวร์ถัง นำลาภ ถูกจับที่หนองแสง หลังถูกปล่อยตัวไม่นานได้ถูกจับอีกครั้ง
ด้วยข้อหาเป็นแนวที่ 5 และถูกส่งตัวไปล่ามโซ่ที่เรือนจำกลางบางขวาง จังหวัดนนทบุรี คุณพ่อเปาโลศรีนวล ศรีวรกุล และคุณพ่ออันตนคำผง กายราช ถูกจับขังที่เรือนจำจังหวัดสกลนครเป็นเวลา 2 เดือน คุณพ่อยอห์นบปัติสต์แท่ง ยวงบัตรี ถูกจับที่บ้านโพนสูงขณะที่กำลังเจาะหาแหล่งน้ำเพื่อให้ชาวบ้าน
ได้มีน้ำดื่มน้ำใช้ โดยถูกตั้งข้อหาว่ากำลังขุดหาวัตถุโบราณอันเป็นสมบัติของชาติและถูกส่งตัวไปคุมขังที่เรือนจำจังหวัดอุดรธานีเป็นเวลา 1 ปี

        คุณพ่อยวง สต๊อกแกร์
ถูกตัดสินจำคุก 2 เดือนในข้อหามีอาวุธปืนทั้ง ๆ ที่มีใบอนุญาตพกพา มีเพียงคุณพ่อวิกตอร์สีนวน ถินวัลย์
เพียงคนเดียวที่รอดพ้นจากการถูกจับขังคุก ส่วนที่อุบลราชธานี คุณพ่ออันตนหมุน ธารา เจ้าอาวาสวัดหนองคูและคุณพ่ออัลแบต์ ดง เจ้าอาวาสวัดหนองทาม
ถูกบังคับให้ละทิ้งสมณเพศแต่ไม่สำเร็จ

        คุณพ่อศรีนวล เมื่อออกจากคุกได้แสดงความกล้าหาญไปเยี่ยมและปลุกปลอบใจคริสตชนตามวัดต่าง ๆ ให้สู้ทนกับความลำบากด้วยความอดทน
วันที่ 4 เมษายน ค. ศ.1941 ( พ. ศ.2484) หลังจากเยี่ยมวัดและอารามที่อุบลฯคุณพ่อได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเข้าพบพระสังฆราชกาเยตาโน ปาซอตตี
ผู้ปกครองมิสซังราชบุรี และคุณพ่อยอห์น กาเซตตา อธิการเจ้าคณะซาเลเซียน เพื่อขอให้ส่งพระสงฆ์มาช่วยงานในมิสซัง ในช่วงเวลาดังกล่าว
กรุงโรมได้แต่งตั้งพระสังฆราชปาซอตตี ให้รับหน้าที่ปกครองมิสซังลาวเป็นการชั่วคราว คณะซาเลเซียนได้ส่งพระสงฆ์ 5-6 องค์มาช่วยงาน
ตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม ค. ศ.1941 ( พ. ศ.2484) จนถึงเดือนกันยายน ค. ศ.1943 ( พ. ศ.2487)

         เมื่อภาวะสงครามสงบลง คุณพ่อศรีนวล อุปสังฆราช ได้เขียนจดหมายถึงข้าหลวงเมืองสกลนคร ลงวันที่ 3 เมษายน ค. ศ.1941 ( พ. ศ.2484) เพื่อขอให้คืนศาสนสมบัติของมิสซัง โดยมอบหมายให้คุณพ่ออันตนคำผง กายราช และคุณพ่อวิกตอร์สีนวน ถินวัลย์ เป็นผู้แทนรับมอบ พร้อมทั้งเตือนเจ้าหน้าที่
ไม่ให้ชักชวนคริสตชนให้ไปนับถือพุทธศาสนา โดยอ้างถึงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 1

       “
ประชาชนชาวไทย ไม่ว่าเหล่ากำเนิด หรือสาสนาใด ย่อมอยู่ในความคุ้มครองของรัฐธรรมนูญนี้เสมอ    และมาตรา 13
      “
บุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ ในการถือศาสนา หรือลัทธิใดๆ และย่อมมีเสรีภาพในการปฏิบัติพิธีกรรมตามความเชื่อถือของตน เมื่อไม่เป็นการปฏิปักษ์ต่อหน้าที่

          พร้อมกับคำประกาศของจอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีและพล. ต. ต. หลวงอดุลเดชจรัส อธิบดีกรมตำรวจที่แนบไปพร้อมกับจดหมาย แต่ดูเหมือนว่าจดหมายของคุณพ่อศรีนวล จะไม่เป็นผล ทางการจังหวัดนครพนม สกลนคร หนองคาย และอุดรธานี ยังคงปิดวัดวาอารามและห้ามคริสตชนปฏิบัติศาสนา
โดยอ้างกฎอัยการศึก ต่อมาระหว่างปี ค. ศ.1942-1943 ( พ. ศ.2485-2486) ทางการจังหวัดสกลนครได้ผ่อนผันเรื่องนี้ และได้สั่งห้ามอย่างเด็ดขาดอีกครั้ง
ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ค. ศ.1943 ( พ. ศ.2486)

          เมื่อเห็นเหตุการณ์เป็นเช่นนั้นคุณพ่อศรีนวล จึงเดินทางไปพบพระสังฆราชปาซอตตี รักษาการผู้ปกครองมิสซังที่ราชบุรีและร่วมกัน
เขียนจดหมายถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 10 กันยายน ค. ศ.1944 ( พ. ศ.2487)

          เรื่อง ทรัพย์สมบัติของมิสซังและเสรีภาพในการประกอบศาสนกิจ เพื่อขอให้คืนวัดวาอารามที่ถูกยึดหรือแปรเปลี่ยนสถานที่เป็นอย่างอื่น           พร้อมทั้งเสรีภาพในการนับถือศาสนาและคืนทรัพย์สมบัติทั้งหมดแก่มิสซัง ทางราชการจึงได้มอบทรัพย์สินบางส่วนและอนุญาตให้เข้าปกครองวัดที่ท่าแร่ ตาม
 “ บันทึกการมอบหมายทรัพย์สิ่งของและการอนุญาตให้เข้าปกครองวัดโรมันคาทอลิก บ้านท่าแร่

ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน พ. ศ.2487 โดยมีคุณพ่อศรีนวล เป็นผู้รับมอบ ต่อมา รัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายควง อภัยวงศ์
ได้ให้เสรีภาพในการนับถือศาสนาอีกครั้งและได้คืนทรัพย์สินของวัดต่าง ๆ ที่ถูกยึดไปแก่พระศาสนจักร ทางมิสซังได้แต่งตั้งให้คุณพ่อซามูแอลสมุห์ พานิชเกษม
เป็นผู้รับมอบ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ค. ศ.1946 ( พ. ศ.2489)

         แต่ทรัพย์สินส่วนใหญ่ได้สูญหายหรืออยู่ในสภาพที่ชำรุดใช้การไม่ได้

 
 
 
 
 
 

 
 

 
 

 
 

ฝากข้อความ-ขอเพลง

 
 

 
 

 
 

 
 

 
 

เพื่อนบ้าน
อัครสังฆมณฑลท่าแร่ฯ อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ สังฆมณฑลเชียงใหม
สังฆมณฑลนครสวรรค สังฆมณฑลอุดรธาธานี สังฆมณฑลนครราชสีมา
สังฆมณฑลจันทบุรี สังฆมณฑลราชบุรี สังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี
สังฆมณฑลนครสวรรค์    

Radio Online เพื่อนบ้าน
thaicatholicradio Loveradio วิทยุสร้างเม็กพัฒนา FM100.50MHz.
Radio Vatican สัมฤทธิ์โปรโมชั่น มายฮาร์ทเรดิโอ FM 102.25 MHz.
nbkradio104 ดอกคูนเรดิโอ วิทยุท้องถิ่นดินแดนภูพาน FM 98.0 MHz.
naphoradio บรรจงโปรโมชั่น วิทยุศรีสกลเรดิโอ FM 94.0 MHz.
กรมประชาสัมพันธ์ อสมท.สกลนคร เต่างอยเรดิโอ FM 89.25MHz.
วิทยุรัฐสภา    

 
 
 ผู้บริหาร -คณะกรรมการ| ผังรายการ | ผู้สนับสนุน |webboard |นักจัดรายการ|ถ่ายทอดภาพและเสียง|ติดต่อเรา


วิทยุมิสซังท่าแร่-หนองแสง อัครสังฆมณฑลท่าแร่ - หนองแส

โดย บริษัท ปฐมกาล จำกัด
41 ม.8 ตำบลท่าแร่ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร 47230

e-mail : admin@genesis.in.th
  , genesis10450@gmail.com

MIDI
http://www.free-counter-plus.com
 ปรับปรุงข้อมูลเมื่อ
July 5, 2016

สถิติ : เริ่ม 24 มิถุนายน 2006