genesis.in.th วิทยุมิสซังท่าแร่ - หนองแสง " ข่าวดี มีสาระ สร้างสรร และบันเทิง"
                                                                                                                                                            
" ขอต้อนรับสู่ วิทยุมิสซังท่าแร่ - หนองแสง " ข่าวดี มีสาระ สร้างสรร และบันเทิง"  อัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง    บริษัท ปฐมกาล จำกัด
 
  :: ประวัติอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง ::  
 

ความเป็นมาในระยะเริ่มแรกถึงปี ค. ศ.1950

                                                  โดย คุณพ่อดาเนียล ขวัญ ถิ่นวัลย์

 
   
 

การสิ้นสุดของมิสซังลาว


       เนื่องจากการเดินทางและการปกครองคริสตชนที่มีอาณาเขตของประเทศไม่สะดวก และประสบปัญหาหลายอย่าง ในเดือนมิถุนายน ค . ศ.1949 ( พ. ศ.2492)
พระสังฆราชบาเย ได้เดินทางไปกรุงโรม และเสนอต่อสันตะสำนักให้แบ่งมิสซังลาวออกเป็น 2 มิสซังตามเขตประเทศ สันตะสำนักได้ตัดสินใจแบ่งตามคำขอ
เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ค. ศ.1950 ( พ. ศ.2493) โดยได้ตั้งมิสซังท่าแขก ประกอบด้วย 4 แขวงภาคใต้ของประเทศลาว โดยมีพระสังฆราชอาร์โนด์ เป็นพระสังฆราชปกครอง และตั้งมิสซังท่าแร่ซึ่งครอบคลุมภาคอีสานของประเทศไทยรวมถึงนครราชสีมาที่มอบให้อยู่ในความดูแลของมิสซังกรุงเทพฯ
เป็นการชั่วคราวตั้งแต่สมัยพระสังฆราชโปรดมพระสังฆราชบาเย จึงดำรงตำแหน่งพระสังฆราชองค์แรกของมิสซังท่าแร่ นับเป็นการสิ้นสุดของมิสซังลาว ตั้งแต่การได้รับแต่งตั้งเป็นมิสซังแยกจากมิสซังสยามเมื่อปี ค. ศ.1899 ( พ. ศ.2442) ถึงปี ค. ศ.1950 ( พ. ศ.2493) รวมระยะเวลา 51 ปี

       อย่างไรก็ตามการสิ้นสุดของมิสซังลาว เป็นการสิ้นสุดแต่เพียงชื่อเท่านั้นเอง พระศาสนจักรในดินแดนแห่งนี้ยังคงสืบเนื่องและดำเนินต่อไปทั้งที่ประเทศลาว
และภาคอีสานของประเทศไทย งานทุกอย่างยังคงได้รับการสานต่อให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นในปัจจุบัน

5. บทสรุป

ความเป็นมาของ อัครสังฆมณฑลท่าแร่ - หนองแสง

        เกี่ยวข้องโดยตรงกับประวัติการเผยแพร่คริสตศาสนาในภาคอีสานของประเทศไทยซึ่งมีความพยายามที่จะมาแพร่ธรรมหลายยุคหลายสมัย ตั้งแต่แรกที่คริสตศาสนาเข้ามาในประเทศสยามในสมัยพระสังฆราชบัลลือ แต่ความพยายามนี้มาสำเร็จเป็นจริงในสมัยพระสังฆราชเวย์
ในปี ค . ศ.1881 ( พ. ศ.2424) ที่ได้ส่งคุณพ่อโปรดม และคุณพ่อเกโก เข้ามาแพร่ธรรมในภาคอีสาน โดยยึดเอาอุบลราชธานีเป็นศูนย์กลาง
แต่ก็เป็นไปด้วยความลำบาก

        สภาพของคนอีสานในสมัยนั้น อยู่กันเป็นกลุ่มตามระบบเครือญาติกระจัดกระจายตามที่ต่าง ๆ กล่าวได้ว่า ชาวอีสานทุกคนถือผีและอยู่ภายใต้อิทธิพลของผี
นอกนั้นยังมีจำนวนมากที่ถูกจับตัวหรือขายเป็นทาสของเจ้านายในสมัยนั้น หรือประสบกับความเดือดร้อนนานัปการทั้งจากอำนาจรัฐและสังคม บทบาทของมิชชันนารีจึงเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับวิถีชีวิตของคนอีสาน ด้วยการไถ่ให้เป็นอิสระจากการเป็นทาสของนายเงิน และเป็นอิสระจากอำนาจของผี
รวมถึงการเป็นที่พึ่งพิงของคนที่เดือนร้อน จากอำนาจรัฐและสังคม ภายใต้คติที่ว่า ปลดปล่อย เมตตา และยุติธรรม ส่งผลทำให้มิชชันนารี
เป็นที่พึ่งของผู้เดือนร้อนและไม่ได้รับความเป็นธรรม

        ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ มิชชันนารีได้ดำเนินชีวิตอยู่ใกล้ชิดชาวบ้าน กินอยู่แบบชาวบ้านและร่วมทุกข์ร่วมสุขกับชาวบ้าน ซึ่งเป็นการแพร่ธรรมที่สมถะเรียบง่าย
และเข้าถึงชาวบ้านอย่างแท้จริง วิธีการปกครองก็เป็นแบบครอบครัว โดยพยายามรวบรวมคริสตชนให้อยู่รวมกันเป็นหมู่บ้าน และถือเอาสถานที่แห่งนั้น
เป็นศูนย์กลางสำหรับการทำงานแพร่ธรรมในหมู่บ้านอื่นต่อไป จะว่าไปแล้วคริสตชนรุ่นแรก ๆ นั้นมาจากคนที่เคยเป็นทาส และอยู่ภายใต้อิทธิพลของผีมาก่อน
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนยากจน และไม่ได้รับการศึกษา

       อย่างไรก็ตามผลจากการทำงานด้วยความร้อนรนและกล้าหาญเด็ดเดี่ยวของมิชชันนารีในระยะแรกเริ่มนั้นได้ทำให้มีหมู่บ้านคริสตชนเกิดขึ้นในจุดใหญ่ 3 แห่งคือ
เมืองอุบลราชธานี สกลนคร และนครพนม ซึ่งได้กลายเป็นรากฐานอันมั่นคงของมิสซังใหม่ นาม มิสซังลาว ในเวลาต่อมา

        มิชชันนารีรุ่นต่อมาได้สานต่องานของมิชชันนารีรุ่นบุกเบิกในการนำ มิสซังลาว ให้เจริญเติบโตเรื่อยมา แม้จะประสบกับปัญหาและความยากลำบากเพียงใด
แต่กิจการของมิสซังได้ดำเนินเรื่อยมาและบรรดาคริสตชนของมิสซังแม้จะเป็นคริสตชนใหม่แต่ได้ผ่านช่วงเวลาของการทดสอบที่สำคัญตลอดเวลา 5 ปี แห่งการเบียดเบียนศาสนาขณะเกิดกรณีพิพาทอินโดจีน โดยที่พวกเขายังคงยืนหยัดมั่นคงในความเชื่อที่ได้รับ และยอมตายเพื่อยืนยันความเชื่อของตนเช่นที่บ้านสองคอน
มีเพียงส่วนน้อยที่ยอมละทิ้งความเชื่อไป คริสตชนเหล่านั้นได้กลายมาเป็นรากฐานอันสำคัญของมิสซังใหม่อีก 3 มิสซังในเวลาต่อมา คือ มิสซังเวียงจันทน์
กับ มิสซังท่าแขก ในประเทศลาว และมิสซังท่าแร่ ซึ่งครอบคลุมภาคอีสานทั้งหมดของประเทศไทย

        จากเดิมที่ไม่มีคริสตชนเลยในภาคอีสานก่อนปี ค. ศ.1881 ( พ. ศ.2424) จนถึงปี ค. ศ.1950 ( พ. ศ.2493) จำนวนคริสตชนได้เพิ่มเป็น 25,466 คน
ตามรายงานประจำปีของพระสังฆราชบาเย นับเป็นพระพรของพระเป็นเจ้าสำหรับพระศาสนจักรท้องถิ่นแห่งนี้อย่างแท้จริง

 

เรื่องเดียวกัน, หน้า 211.

วิรัช อมรพัฒนา, “5 ทศวรรษคณะพระมหาไถ่ในประเทศไทย” ใน รอยจารึกคณะพระมหาไถ่ในประเทศไทย 1948-1998,
( กรุงเทพฯ : คณะพระมหาไถ่แห่งประเทศไทย, 2542), หน้า 116
.

 

 

 
 
 
 
 
 

 
 

 
 

 
 

ฝากข้อความ-ขอเพลง

 
 

 
 

 
 

 
 

 
 

เพื่อนบ้าน
อัครสังฆมณฑลท่าแร่ฯ อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ สังฆมณฑลเชียงใหม
สังฆมณฑลนครสวรรค สังฆมณฑลอุดรธาธานี สังฆมณฑลนครราชสีมา
สังฆมณฑลจันทบุรี สังฆมณฑลราชบุรี สังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี
สังฆมณฑลนครสวรรค์    

Radio Online เพื่อนบ้าน
thaicatholicradio Loveradio วิทยุสร้างเม็กพัฒนา FM100.50MHz.
Radio Vatican สัมฤทธิ์โปรโมชั่น มายฮาร์ทเรดิโอ FM 102.25 MHz.
nbkradio104 ดอกคูนเรดิโอ วิทยุท้องถิ่นดินแดนภูพาน FM 98.0 MHz.
naphoradio บรรจงโปรโมชั่น วิทยุศรีสกลเรดิโอ FM 94.0 MHz.
กรมประชาสัมพันธ์ อสมท.สกลนคร เต่างอยเรดิโอ FM 89.25MHz.
วิทยุรัฐสภา    

 
 
 ผู้บริหาร -คณะกรรมการ| ผังรายการ | ผู้สนับสนุน |webboard |นักจัดรายการ|ถ่ายทอดภาพและเสียง|ติดต่อเรา


วิทยุมิสซังท่าแร่-หนองแสง อัครสังฆมณฑลท่าแร่ - หนองแส

โดย บริษัท ปฐมกาล จำกัด
41 ม.8 ตำบลท่าแร่ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร 47230

e-mail : admin@genesis.in.th
  , genesis10450@gmail.com

MIDI
http://www.free-counter-plus.com
 ปรับปรุงข้อมูลเมื่อ
July 5, 2016

สถิติ : เริ่ม 24 มิถุนายน 2006