" ขอต้อนรับสู่ อัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง ดินแดนมรณสักขี 7 มาร์ตีแห่งการพลีชีพเพื่อปกป้องความเชื่อ"
 

วันอาทิตย์ที่
26 ธันวาคม 2010 ฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ ของพระเยซูเจ้า
 
 

 

 

วันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม 2010
ฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ ของพระเยซูเจ้า

พระคุณเจ้า หลุยส์ จำเนียร สันติสุขนิรันดร์





 

บทอ่านจากหนังสือบุตรสิรา    บสร 3:3-7,14-17 ก

บุตรที่ยำเกรงบิดาก็ชดเชยบาปของตน บุตรที่ให้เกียรติมารดาก็เหมือนกับสะสมทรัพย์สมบัติไว้ ผู้ที่ยำเกรงบิดาก็มีความสุขจากบุตรของตน เมื่อเขาอธิษฐานภาวนา พระเจ้าก็จะทรงฟังเขา บุตรที่ให้เกียรติบิดาจะมีอายุยืนบุตรที่เชื่อฟังองค์พระผู้เป็น เจ้าจะทำให้มารดาชื่นใจ ผู้ยำเกรงองค์พระผู้เป็นเจ้าย่อมให้เกียรติแก่บิดา เขารับใช้บิดามารดาเหมือนรับใช้เจ้านาย  

เพราะพระเจ้าจะไม่ทรงลืมความเมตตาของท่านต่อบิดา พระองค์จะทรงนับว่าความเมตตานั้นเป็นการใช้โทษบาปของท่าน เมื่อท่านตกทุกข์ได้ยาก พระเจ้าจะทรงระลึกถึงท่าน บาปของท่านจะสลายไปดุจน้ำแข็งละลายเมื่อถูกแสงแดด   บุตรที่ละทิ้งบิดาก็เหมือนผู้กล่าวดูหมิ่นพระเจ้า บุตรที่ทำให้มารดาเสียใจ จะถูกองค์พระผู้เป็นเจ้าสาปแช่งลูกเอ๋ย ไม่ว่าท่านจะทำสิ่งใด จงทำด้วยความถ่อมตนเถิด แล้วท่านจะเป็นที่รักมากกว่าคนให้ของกำนัล



 
  เพลงสดุดี     สดด 128:1-2,3,4-5
 


 

           ก) ผู้ยำเกรงพระเจ้าเฝ้าเคารพ         ก็จะพบสุขสันต์สุดหรรษา
ผู้ดื่มด่ำทำตามพระบัญชา                          ย่อมสถาพรพิพัฒน์สวัสดี
จะทำมาหาได้ไม่อดอยาก                         ถึงลำบากใจกายไม่หน่ายหนี
จะมีแต่สุขเกษมเปรมทวี                           ชื่นชีวีรุ่งเรืองประเทืองตน

           ข) ภรรยาเล่าเปรียบเถาองุ่นสล้าง         มิรู้สร่างราศีมั่งมีผล
บุตรล้อมโต๊ะอาหารสราญกมล                        ท่านเหมือนต้นมะกอกเทศวิเศษพันธุ์
ผู้เชื่อฟังพระเจ้าเอาเป็นหลัก                          ที่ประจักษ์สุนทรพระพรสวรรค์
จานครศิโยนโสภณนั้น                                 ขอทรงธรรม์โปรดช่วยอวยพระพร

 


 

 
 

บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวโคโลสี         คส 3:12-21

พี่น้อง ท่านเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรร เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่รักของพระองค์ จงเห็นอกเห็นใจกัน   จงมีความใจดี ความถ่อมตน ความอ่อนโยนและความพากเพียรอดทนเป็นเสมือนเครื่องประดับตน จงผ่อนหนักผ่อนเบาซึ่งกันและกัน หากมี เรื่องผิดใจกันก็จงยกโทษกัน องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงให้อภัยความผิดของท่านอย่างไร ท่านก็จงให้อภัยแก่เขาอย่างนั้นเถิด    แต่สิ่งที่สำคัญกว่าสิ่งใดก็คือ ความรัก ซึ่งรวมเราไว้เป็นหนึ่งเดียวกันอย่างสมบูรณ์ ขอให้สันติสุขของพระคริสตเจ้าครอบครองดวง ใจของท่าน พระเจ้าทรงเรียกท่านทั้งหลายให้รวมเป็นกายเดียวกันก็เพื่อจะได้บรรลุถึงสันติสุขนี้เอง จงระลึกถึงพระคุณนี้เถิด

ขอพระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตอยู่ในท่านอย่างเต็มเปี่ยม จงสอนและตักเตือนกันด้วยปรีชาญาณ จงขอบพระคุณพระ เจ้าโดยการขับร้องบทเพลงสดุดี เพลงสรรเสริญ และบทเพลงศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ จากใจจริง   ท่านจะพูดเรื่องใดหรือทำกิจการใด ก็จงพูดจงทำในพระนามของพระเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้า เป็นการขอบพระคุณพระเจ้าพระบิดาโดยทางพระองค์เถิด ภรรยา  จงอยู่ใต้อำนาจของสามีตามสมควรในองค์พระผู้เป็นเจ้า  สามี จงรักภรรยาและอย่าทำให้นางรู้สึกขมขื่น บุตร   จงเชื่อฟังบิดามารดาในทุกสิ่ง เพราะการกระทำเช่นนี้เป็นที่พอพระทัยองค์พระผู้เป็นเจ้าบิดาก็จงอย่าขัดใจบุตรเกินไป จนเขาท้อแท้หมดกำลังใจ


 

 
 
  พระวสารนักบุญมัทธิว           มธ.2:13-15,19-23 เมื่อบรรดาโหราจารย์กลับไปแล้ว ทูตสวรรค์ขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาเข้าฝันโยเซฟ กล่าวว่า
“ จงลุกขึ้น พาพระกุมารและพระมารดาหนีไปประเทศอียิปต์ และจงอยู่ที่นั่นจนกว่าเราจะบอกท่าน
เพราะกษัตริย์เฮโรดกำลังสืบหาพระกุมารเพื่อจะประหารชีวิต”

โยเซฟจึงลุกขึ้นพาพระกุมารและพระมารดาออกเดินทางไปประเทศอียิปต์ในคืนนั้น และอยู่ที่นั่น
จนกระทั่งกษัตริย์เฮโรดสิ้นพระชนม์

ทั้งนี้เพื่อให้พระดำรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่ตรัสทางประกาศกเป็นความจริงว่า เราเรียกบุตรของเรา
มาจากประ  เทศอียิปต์หลังจากกษัตริย์เฮโรดสิ้นพระชนม์ ทูตสวรรค์ขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาเข้าฝันโยเซฟในประเทศอียิปต์
กล่าวว่า   “ จงลุกขึ้น พาพระกุมารและพระมารดากลับไปแผ่นดินอิสราเอล

เพราะผู้ที่ต้องการฆ่าพระกุมารตายแล้ว”  โยเซฟจึงลุกขึ้น    พาพระกุมารและพระมารดากลับไป
แผ่นดินอิสราเอล แต่เมื่อรู้ว่าอารเคลาอัสขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ในแคว้นยูเดียสืบต่อจากกษัตริย
์ เฮโรดพระบิดา โยเซฟก็กลัวที่จะไปที่นั่น และเมื่อพระเจ้าทรงเตือนเขาในความฝัน เขาจึงกลับไป
ยังแคว้นกาลิลี ไปอาศัยอยู่    ในเมืองหนึ่งชื่อนาซาเร็ธ ทั้งนี้ เพื่อให้พระดำรัสที่ตรัส
ทางประกาศกเป็นความจริงว่า พระองค์จะได้รับพระนามว่าชาวนาซาเร็ธ


 


ครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า

วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม ฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ ปี A
บสร 3:3-7, 14-17ก
คส 3:12-21
มธ 2:13-15, 19-23

บทนำ

มีสามี-ภรรยาคู่หนึ่งเพิ่งแต่งงานใหม่ ทั้งคู่รักกันมากแม้ว่าฐานะครอบครัวของพวกเขาจะยากจนก็ตาม เทศกาลคริสต์มาสกำลังใกล้เข้ามา ฝ่ายภรรยาคิดจะหาของขวัญสักอย่างให้สามี เธอตั้งใจจะซื้อสายนาฬิกาแบบห้อยคอให้สามี สำหรับนาฬิกาพกพาของเขาที่สายขาดนานมาแล้ว แต่เนื่องจากเงินไม่พอเธอจึงตัดสินใจขายผมที่ยาวสลวยของเธอ เพื่อซื้อสายนาฬิกาสำหรับนาฬิกาที่สามีรักมากเรือนนั้น

เมื่อได้ของตามที่ต้องการ เธอรีบกลับบ้านด้วยความยินดี ตั้งใจว่าจะมอบของขวัญนั้นให้สามีสุดที่รักทันทีที่เขากลับถึงบ้าน แต่เมื่อเธอกลับถึงบ้านและเปิดประตูเข้าไป เธออดแปลกใจไม่น้อยที่เห็นสามีรอเธออยู่ที่บ้านก่อนแล้ว พร้อมกับกล่องของขวัญที่ห่ออย่างดีในมือ เขาได้มอบของขวัญนั้นให้เธอพร้อมกับกล่าวว่า “สุขสันต์วันคริสต์มาส ที่รัก” และเธอได้มอบของขวัญที่เตรียมไว้ให้เขาเช่นกัน

เมื่อเธอเปิดกล่องของขวัญนั้นออก เธอแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง ในกล่องนั้นมีชุดหวีที่ทำจากเงินอย่างประณีตสวยงามมาก เธอได้เปิดผ้าคลุมผมออก ทำให้สามีทราบว่าเธอได้ตัดผมที่ยาวสลวยนั้นเสียแล้ว เช่นเดียวกับสามีเมื่อเปิดกล่องของขวัญที่ภรรยามอบให้ เขาพบสายนาฬิกาแบบพกพาซึ่งสวยงามมาก แต่น่าเสียดายที่เขาได้ขายนาฬิกาเรือนนั้นแล้วเพื่อซื้อชุดหวีเงินให้เธอ ของขวัญที่ทั้งคู่มอบให้แก่กันวันนั้น ดูเหมือนเป็นสิ่งไร้ค่าหาประโยชน์อะไรไม่ได้แล้ว แต่ความรักที่ทั้งคู่มีให้กันนั้นยิ่งใหญ่และมีค่ามากยิ่งกว่าของขวัญหลายเท่านัก

1. ครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า

พระเยซูเจ้าทรงบังเกิดมาในครอบครัว ทรงเคารพเชื่อฟังบิดามารดาของพระองค์ และได้รับการอบรมเลี้ยงดูในบรรยากาศแห่งพระหรรษทาน ในครอบครัวที่มีแม่พระและนักบุญยอแซฟ หญิงชาวยิวและช่างไม้ธรรมดาที่รัก เห็นอกเห็นใจ และให้ความเคารพซึ่งกันและกัน เป็นครอบครัวที่ร่วมทุกข์ร่วมสุข เป็นแบบอย่างในการแบ่งปันความความยินดี ความรับผิดชอบ และความทุกข์ในชีวิตครอบครัว พระศาสนจักรจึงยกย่องให้เป็นครอบครัวศักดิ์สิทธิ์และเป็นแบบอย่างของครอบครัวทั้งหลาย

พระวรสารไม่ได้ให้รายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับครอบครัวของพระเยซูเจ้า แม่พระ และนักบุญยอแซฟมากนัก แต่เราเข้าใจว่ายอแซฟเป็นคนที่ยำเกรงพระเจ้า ปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระองค์โดยไม่มีเงื่อนไข เป็นบุคคลที่มีหัวใจเปิดสู่พระเจ้า เชื่อฟัง ทำตาม และพร้อมจะเผชิญกับความยากลำบากทุกอย่างเพื่อพระองค์ ยอมทิ้งบ้านอันอบอุ่นที่นาซาเร็ธเดินทางไกลไปอียิปต์เพื่อความปลอดภัย

มีสามครั้งในพระวรสารที่ยอแซฟตื่นขึ้นมากลางดึก เพื่อปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระเจ้าในการปกป้องพระกุมารเยซูและแม่พระให้ปลอดภัย ยอแซฟจึงได้ชื่อว่าเป็น “ผู้ชอบธรรม” ที่มีความรับผิดชอบในฐานะหัวหน้าครอบครัว ที่ใช้ความสามารถทุกอย่างเพื่อครอบครัว ขณะที่แม่พระเป็นคู่ชีวิตที่รับผิดชอบดูแลครอบครัว และมีส่วนในความยากลำบากต่างๆ ในการทำตามพระประสงค์ของพระเจ้าอย่างเงียบๆ

ในพระวรสารของนักบุญมัทธิว ได้แสดงภาพของความเป็นหนึ่งเดียวของครอบครัวนี้ว่า สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นหนึ่งเดียวที่ลึกซึ้งของพระตรีเอกภาพ อันเป็นความสัมพันธ์แห่งความรักที่สมบูรณ์ ที่แสดงออกให้เห็นในชีวิตของพระเยซูเจ้า แม่พระ และนักบุญยอแซฟ นั่นคือ พระเยซูเจ้า องค์สันติราชาได้ทรงส่องสว่างและทำให้ชีวิตของท่านทั้งสองมีชีวิตชีวา เป็นครอบครัวที่มีสันติสุข กลมเกลียว และร่าเริงยินดี

2. บทเรียนสำหรับเรา

การแต่งงานและสถาบันครอบครัวเป็นสถานบันที่มีความสำคัญมาก เนื่องจากมีจุดเริ่มต้นที่พระเจ้า เป็นพันธสัญญาผูกมัดระหว่างสามีภรรยาให้เป็นหนึ่งเดียวกัน และเรียกร้องความรักและความซื่อสัตย์ต่อกัน ประการสำคัญ การแต่งงานเป็นศีลศักดิ์สิทธิ์ที่พระเยซูเจ้าทรงตั้งขึ้น แต่ปัจจุบันสถาบันครอบครัวกำลังถูกท้าทายอย่างหนัก หลายครอบครัวกำลังล่มสลาย อันเนื่องมาจากความไม่เข้าใจกัน ความไม่รับผิดชอบ ความเห็นแก่ตัว และความไม่ซื่อสัตย์ต่อกัน อัตราการหย่าร้างในสังคมปัจจุบันจึงสูงมาก พ่อไปทาง แม่ไปทาง ทิ้งลูกให้เผชิญชะตากรรมโดยลำพังและเป็นปัญหาของสังคม

ชีวิตครอบครัวของพระเยซูเจ้า แม่พระ และนักบุญยอแซฟ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เผชิญมรสุมหนักแสนสาหัส แต่อะไรที่ทำให้ครอบครัวนี้ได้ชื่อว่าเป็นครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ ดำรงความเป็นครอบครัวและสามารถฟันฝ่าอุปสรรคปัญหาต่างๆ มาได้ นั่นเพราะครอบครัวนี้มีพระเยซูเจ้าประทับอยู่ท่ามกลาง ความสำเร็จของครอบครัวจึงไม่เพียงขึ้นอยู่กับความรักของสมาชิกที่มีต่อกันเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยความช่วยเหลือจากพระเจ้าด้วย ครอบครัวคริสตชนจึงไม่ได้มีเพียง “พ่อ-แม่-ลูก” แต่จะต้องมีพระเยซูเจ้าประทับอยู่ท่ามกลาง

เหนือสิ่งอื่นใด เราอยู่ในพระศาสนจักร ครอบครัวใหญ่ของประชากรพระเจ้า ซึ่งเป็นที่รวมของผู้ที่มีความเชื่อในพระเยซูเจ้าและข่าวดีของพระองค์ พระศาสนจักรจึงเป็นพระกายทิพย์ที่มองเห็นได้ของพระเยซูเจ้า เราคริสตชนแต่ละคนในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของพระกายทิพย์นี้ จะต้องสานต่อพันธกิจของพระองค์ ในครอบครัวของเรา ซึ่งเป็นพระศาสนจักรระดับบ้าน (Domestic Church) โดยยึดพระคริสตเจ้าเป็นศูนย์กลางและติดตามพระองค์ทั้งในคำพูดและกิจการ ครอบครัวของเราจะต้องสะท้อนจิตตารมณ์ของครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า

บทสรุป

พี่น้องที่รัก การฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า ควรเป็นโอกาสให้เราได้พิจารณาไตร่ตรองถึงความสัมพันธ์ในครอบครัวของเรา การอยู่ร่วมกันระหว่างพ่อ-แม่-ลูกเป็นไปตามรูปแบบของครอบครัวศักดิ์สิทธิ์มากน้อยเพียงใด เราจะต้องมีความรักต่อกันตามแบบอย่างของครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะคนที่เป็นสามีภรรยาจะต้องรักและซื่อสัตย์ต่อกันต่อกันจนวันตาย ตามคำสัญญาที่เราได้ให้ไว้ (ในวันแต่งงาน) “ของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่พ่อแม่สามารถให้แก่ลูกได้คือความรักที่พวกเขามีต่อกัน” (Anon)

คนที่เป็นสามีภรรยาต้องเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน รับผิดชอบต่อครอบครัวและทำหน้าที่ของตนอย่างดี คนที่เป็นลูกเช่นเดียวกัน ต้องเคารพเชื่อฟังพ่อแม่ ไม่ทำให้พ่อแม่เสียใจและกตัญญูดูแลท่านยามแก่เฒ่า ให้เราได้ภาวนาเพื่อความสำเร็จของครอบครัว ความผาสุกของสังคม ประเทศชาติ และพระศาสนจักร ทั้งนี้ก็เพราะเมื่อใดก็ตามที่ชีวิตครอบครัวล้มเหลว สังคม ประเทศชาติ และพระศาสนจักรย่อมได้รับผลกระทบไปด้วย

 

คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์

danielkhuan@hotmail.com
วัดพระคริสตประจักษ์ นาบัว
25 ธันวาคม 2010

 

 

 
   
   
 
 
 
 

แผนกเทคโนโลยีสารสนเทศ อัครสังฆมณฑลท่าแร่ - หนองแส
600 ม.8 อาคารเซนต์ไมเคิล ตำบลท่าแร่ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร 47230 โทร. 042 751122
E-mail : admin@genesis.in.th