" ขอต้อนรับสู่ อัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง ดินแดนมรณสักขี 7 มาร์ตีแห่งการพลีชีพเพื่อปกป้องความเชื่อ"
     
 

 

วันอาทิตย์ที่   8 มกราคม 2012
สมโภชพระคริสตเจ้าแสดงองค์


ข้อรำพึงจากพระวาจา
พระอัครสังฆราชหลุยส์ จำเนียร สันติสุขนิรันดร์
ประมุขแห่งอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง

 



 


 

บทอ่านจากหนังสือประกาศกอิสยาห์   อสย 60:1-6

เยรูซาเล็มเอ๋ย จงลุกขึ้นเถิด จงฉายแสงเจิดจ้า เพราะความสว่างของเจ้ามาแล้ว พระสิริรุ่งโรจน์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าทอแสงเหนือเจ้า ดูซิ ความมืดปกคลุมแผ่นดิน และความมืดทึบปกคลุมประชาชาติทั้งหลาย แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงทอแสงเหนือเจ้า ทุกคนจะเห็นพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์เหนือเจ้า

นานาชาติจะเดินมาหาความสว่างของเจ้า บรรดากษัตริย์จะทรงพระดำเนินมาสู่ความสดใสที่ทอแสงเหนือเจ้า จงเงยหน้าขึ้นมองไปโดยรอบเถิด เขาเหล่านั้นทุกคนมาชุมนุมกันและเดินมาพบเจ้า บุตรชายทั้งหลายของเจ้ามาจากที่ไกล บุตรหญิงของเจ้าก็ถูกอุ้มมาด้วย

เมื่อเจ้าเห็นดังนี้ก็จะปลาบปลื้ม ใจของเจ้าจะตื่นเต้นและยินดี เพราะความมั่งคั่งของทะเลจะกลับมาหาเจ้า ทรัพย์สมบัติของนานาชาติจะมายังเจ้า ฝูงอูฐจะมาอยู่เต็มถนนของเจ้า รวมทั้งคาราวานอูฐจากมีเดียนและเอฟาห์ ทุกคนจะมาจากเชบา นำทองคำและกำยานมาด้วย และจะสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้าต่อหน้าคนทั้งหลาย


 
 

บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวเอเฟ     อฟ 3:2-3 ก, 5-6

พี่น้อง ท่านคงได้ทราบแล้วถึงพระหรรษทานซึ่งพระเจ้าประทานให้ข้าพเจ้าประกอบพันธกิจเพื่อประโยชน์ของท่าน ข้าพเจ้าได้ทราบถึงธรรมล้ำลึกนี้เพราะพระเจ้าทรงเปิดเผย ธรรมล้ำลึกนี้พระองค์มิได้ทรงเปิดเผยให้มนุษย์ในอดีตทราบ แต่บัดนี้พระเจ้าทรงเปิดเผยเดชะพระจิตเจ้าให้แก่บรรดาอัครสาวกและประกาศกผู้ศักดิ์สิทธิ์ว่า คนต่างชาติได้เข้ามามีส่วนร่วมในกองมรดกเดียวกัน ร่วมเป็นกายเดียวกัน ร่วมรับพระสัญญาเดียวกันในพระคริสตเยซู อาศัยข่าวดี

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว      มธ 2:1-12

ในรัชสมัยกษัตริย์เฮโรด พระเยซูเจ้าทรงประสูติที่เมืองเบธเลเฮมในแคว้นยูเดีย โหราจารย์บางท่านจากทิศตะวันออกเดินทางมายังกรุงเยรูซาเล็ม เที่ยวสืบถามว่า ‘ กษัตริย์ชาวยิวที่เพิ่งประสูติอยู่ที่ใด พวกเราได้เห็นดาวประจำพระองค์ขึ้น จึงพร้อมใจกันมาเพื่อนมัสการพระองค์’ เมื่อกษัตริย์เฮโรดทรงทราบข่าวนี้ พระองค์ทรงวุ่นวายพระทัย ชาวกรุงเยรูซาเล็มทุกคนต่างก็วุ่นวายใจไปด้วย พระองค์ทรงเรียกประชุมบรรดาหัวหน้าสมณะและธรรมาจารย์ ตรัสถามเขาว่า “ พระคริสต์จะประสูติที่ใด” เขาจึงทูลตอบว่า ‘ ในเมืองเบธเลเฮม แคว้นยูเดีย เพราะประกาศกได้เขียนไว้ว่า‘ เมืองเบธเลเฮม ดินแดนยูดาห์ เจ้ามิใช่เล็กที่สุดในบรรดาหัวเมืองแห่งยูดาห์ เพราะมีผู้นำคนหนึ่งจะออกมาจากเจ้า ซึ่งจะเป็นผู้นำอิสราเอล ประชากรของเรา’

ดังนั้น กษัตริย์เฮโรดทรงเรียกบรรดาโหราจารย์มาเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์ ทรงซักถามถึงวันเวลาที่ดาวได้ปรากฏ แล้วทรงใช้บรรดาโหราจารย์ไปที่เมืองเบธเลเฮม ทรงกำชับว่า ‘ จงไปสืบถามเรื่องพระกุมารอย่างละเอียด และเมื่อพบพระกุมารแล้ว จงกลับมาแจ้งให้เราทราบ เราจะได้ไปนมัสการพระองค์ด้วย’ เมื่อบรรดาโหราจารย์ได้ฟังพระดำรัสแล้วก็ออกเดินทาง ดาวที่เขาได้เห็นทางทิศตะวันออกปรากฏอีกครั้งนำทางให้ และมาหยุดนิ่งอยู่เหนือสถานที่ประทับของพระกุมาร เมื่อเห็นดาวอีกครั้งหนึ่งนั้น เขามีความยินดียิ่งนัก เขาเข้าไปในบ้าน พบพระกุมารกับพระนางมารีย์พระมารดา จึงคุกเข่าลงนมัสการพระองค์ แล้วเปิดหีบสมบัติเอาทองคำ กำยาน และมดยอบออกมาถวายแด่พระองค์ แต่พระเจ้าทรงเตือนเขาในความฝันมิให้กลับไปหากษัตริย์เฮโรด เขาจึงกลับไปบ้านเมืองของตนโดยทางอื่น

 
 

พระคริสตเจ้าแสดงองค์

วันที่ 2 มกราคม สมโภชพระคริสตเจ้าแสดงองค์ ปี A B C
อสย 60:1-6
อฟ 3:2-3, 5-6
มธ 2:1-12


บทนำ

พระคัมภีร์ไม่ได้บอกเราเกี่ยวกับโหราจารย์หรือนักปราชญ์จากทิศตะวันออกว่ามีทั้งหมดกี่คน ที่ออกเดินทางติดตามดาวไปยังเมืองเบธเลเฮม แต่ธรรมประเพณีที่เข้าใจกันทั่วไปมีทั้งหมด 3 คน ได้แก่ กาสปาร์ ( Caspar) เมลคิออร์ (Melchior) และบัลทาซาร์ ( Balthasar) ยังมีอีกธรรมประเพณีหนึ่งที่พูดถึงโหราจารย์คนที่ 4 นามว่า อาร์ตาบัน ( Artaban) ซึ่งเตรียมออกเดินทางติดตามดาว พร้อมกับของมีค่าอย่าง
บุษราคัม ทับทิม และไข่มุกเม็ดงาม เพื่อมอบแก่กษัตริย์องค์ใหม่ที่บังเกิดมา

ในระหว่างเดินทางไปสมทบกับคณะของโหราจารย์ อาร์ตาบัน ซึ่งมีอาชีพเป็นหมอได้หยุดรักษาผู้เดินทางคนหนึ่งที่ไม่สบาย ทำให้เขาล่าช้าและไปไม่ทันกับคาราวานของโหราจารย์ท่านอื่น เขาต้องเดินทางโดยลำพังและได้ขายบุษราคัมที่เขาเตรียมไว
้สำหรับกษัตริย์องค์ใหม่ เพื่อซื้ออูฐและของจำเป็นสำหรับการเดินทางข้ามทะเลทรายและมาถึงเบธเลเฮมช้าเกินไป เขาพบทหารทุกหนทุกแห่งกำลังออกปฏิบัติตามคำสั่งของกษัตริย์เฮโรด ในการฆ่าเด็กชายตั้งแต่อายุสองขวบลงมา เขาได้ติดสินบนหัวหน้านายทหารด้วยทับทิม ทำให้เด็กทุกคนในหมู่บ้านรอดจากการถูกสังหาร และได้ออกตามหากุมาร
ที่เกิดมาเป็นกษัตริย์องค์ใหม่

อาร์ตาบันได้ออกตามหาพระกุมารอย่างไร้ผลเป็นเวลาถึง 33 ปี และที่สุดเขาได้เดินทางไปกรุงเยรูซาเล็มในวันที่มีการตรึงกางเขนชายที่ชื่อ
“ เยซู ” อาร์ตาบันได้เร่งรุดไปยังเขากัลป์วารีโอ เพื่อติดสินบนทหารยามโรมันด้วยไข่มุกเม็ดงามเพื่อช่วยชีวิตชายนั้น ซึ่งเขาได้ยินมาว่าเป็นกษัตริย์แห่งกษัตริย์ทั้งหลาย ในระหว่างทางนั้นเอง เขาได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากหญิงสาวคนหนึ่งที่ถูกจับตัวไปขายเป็นทาส เขาได้ใช้ไข่มุกมีค่าเม็ดนั้นในการไถ่เธอให้เป็นอิสระ

ที่สุด อาร์ตาบันได้มาถึงเนินเขากัลวารีโอที่มีการตรึงกางเขน หัวใจของเขาแทบแตกสลายเมื่อเขาเห็นพระเยซูเจ้าถูกตรึงบนไม้กางเขนโดยที่เขาไม่สามารถช่วยอะไรพระองค์ได้ แต่พระเยซูเจ้ามองมายังเขาและตรัสกับเขาว่า “ อย่าเสียใจไปเลย อาร์ตาบัน ท่านได้ช่วยเราตลอดชีวิตของท่าน เพราะเมื่อเราหิว
ท่านได้ให้เรากิน เมื่อเรากระหาย ท่านได้ให้เราดื่ม เมื่อเราเปลือยเปล่า ท่านได้ให้เรานุ่งห่ม เมื่อเราเป็นแขกแปลกหน้า ท่านได้ต้อนรับเรา ” ดูเหมือนเขาพลาดหวังในการพบกับพระเยซูเจ้า แต่ในความเป็นจริงเขาคือคนที่ฉลาดที่สุดซึ่งได้พบกับพระเยซูเจ้าตลอดชีวิตของเขา

1. พระคริสตเจ้าแสดงองค์

วันฉลอง “ พระคริสตเจ้าแสดงองค์ ” (Epiphany) เป็นวันระลึกถึงการไขแสดงของพระเจ้าแก่บรรดาคนต่างชาติ โดยมีนักปราชญ์จากทิศตะวันออกหรือโหราจารย์เป็นตัวแทน แรกทีเดียววันฉลองนี้ตรงกับวันที่ 6 มกราคม ซึ่งเป็นวันฉลองที่ใหญ่มากสำหรับพระศาสนจักรตะวันออก เพื่อแสดงให้เห็นว่า พระคริสตเจ้าทรงเป็นแสงสว่างส่องนานาชาติ ผู้ทรงทำให้คำทำนายของประกาศกอิสยาห์ในบทอ่านแรกปรากฏเป็นจริง “ ทุกคนจะเห็นพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์... นานาชาติจะเดินมาหาความสว่างของเจ้า ” ( อสย 60:3)

นักบุญเปาโลได้ขยายความให้เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้นว่า พระเจ้าได้ไขแสดงและเปิดเผยพระองค์ให้เราได้ทราบผ่านทางพระคริสตเจ้าว่า
ทรงรักมนุษย์ทุกคน ทรงเรียกพวกเขาให้มาสัมผัสแสงสว่างแห่งความรอดไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหน ทำให้ “ คนต่างชาติเข้ามามีส่วนร่วม
ในกองมรดกเดียวกัน ร่วมเป็นกายเดียวกัน ร่วมรับพันธสัญญาเดียวกันในพระคริสตเยซูอาศัยข่าวดี ” ( อฟ 3:6)

พระเยซูเจ้าทรงเป็นความรอดพ้นของมนุษย์ทุกคน ทุกเชื้อชาติ มิใช่แต่เฉพาะสำหรับชาวยิวเท่านั้น “ เราบอกท่านทั้งหลายว่า คนจำนวนมากจะมาจากทิศตะวันออกและตะวันตก และจะนั่งร่วมโต๊ะกับอับราฮัม อิสอัคและยาโคบ ในพระอาณาจักรสวรรค์ ” ( มธ 8:11) อีกทั้งได้สั่งบรรดาอัครสาวกของพระองค์ให้ไปสั่งสอนนานาชาติทั่วโลก (มธ 28:19) ดังนั้นในปัจจุบัน จึงไม่มีประชากรที่ทรงเลือกสรร
ไม่มีชาวต่างชาติ และไม่มีคนที่อยู่ข้างนอก แต่ทุกคนได้รับการเรียกให้มารู้จักพระองค์ ทุกคนล้วนเป็นบุตรที่พระเจ้าทรงรักและเป็นพี่น้องกัน ไม่มีการแบ่งแยกแตกต่างทางเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ศาสนา และชั้นวรรณะ

2. บทเรียนสำหรับเรา

บรรดาโหราจารย์ไม่เพียงแต่สังเกตเครื่องหมายแห่งกาลเวลา แต่พวกเขาได้ออกติดตามดาวไปยังเบธเลเฮม พวกเขาได้ตอบสนองการเรียกของพระเจ้าและออกเดินทางโดยปราศจากความกลัวไปยังดินแดนที่ไม่รู้จักและอันตราย ไม่มีอะไรหยุดยั้งความตั้งใจของพวกเขาได้ ที่สุด พวกเขาได้มาถึงที่หมาย สถานที่ไม่มีใครคิดว่าจะเป็นที่เกิดของกษัตริย์องค์ใหม่ แต่ความเชื่อทำให้พวกเขามั่นใจว่า นี่คือกษัตริย์ พระผู้ไถ่ของโลก พวกเขาได้คุกเข่าลงนมัสการพระองค์ พร้อมกับถวายทองคำ กำยาน และมดยอบแด่พระองค์ พระเจ้าได้ทำให้ความฝันของพวกเขาสมบูรณ์และกลับไปด้วยความยินดีที่ได้เห็นองค์พระเจ้า

เมื่อพระเจ้าทรงรับเอากายเป็นมนุษย์ ได้ทรงเปิดเผยให้เราทราบถึงความรักและความเมตตาของพระองค์ เราจึงต้องตอบสนองต่อเครื่องหมายที่พระเจ้าประทานแก่เราเหมือนโหราจารย์ และมอบตัวเราเป็นของขวัญแด่พระองค์ ดาวได้นำโหราจารย์มานมัสการพระกุมารเจ้า เราคริสตชนแม้มิใช่ชาวยิวแต่มีบุญได้มารู้จักพระคริสตเจ้า โดยมีพระศาสนจักรเป็นเหมือนดาวที่นำเรามานมัสการพระองค์ ผ่านทางบรรดาธรรมทูต และผู้แพร่ธรรมในอดีต ที่ได้นำทางเราให้มารู้จักและได้รับแสงสว่างแห่งพระวรสาร เป็นบุตรของพระเจ้าเท่าเสมอกัน และเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวเดียวกัน
คือพระศาสนจักร

ให้เราได้ดำเนินชีวิตเป็นดาวนำคนอื่นมาหาพระคริสตเจ้า ผ่านทางการบอกเล่าเรื่องราวของพระคริสตเจ้าให้คนอื่นได้รับทราบ ด้วยการเป็นตัวอย่างที่ดีให้คนอื่นได้เห็น ชีวิตของเราแต่ละคนสามารถเป็นดาวที่ส่องสว่างให้คนอื่นได้เห็นถึงความรัก การให้อภัย และการช่วยให้รอดขององค์พระเจ้าที่มีต่อมนุษย์ทุกคน และช่วยให้พวกเขาดำเนินในหนทางที่ถูกต้อง
ให้เราได้ตระหนักว่าพระเจ้าทรงใกล้ชิดเรา ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องมีความใกล้ชิดกัน ไม่ถือใครคนหนึ่งเป็นคนนอก แต่ทุกได้รับการเรียกให้มาเป็นครอบครัวเดียวกัน

บทสรุป

พี่น้องที่รัก วันนี้เราสมโภชการสำแดงองค์ของพระเจ้าในธรรมชาติมนุษย์ที่มองเห็นได้ เพื่อความรอดของมนุษย์ทั้งมวล พระเจ้าทรงใช้ดาวดวงหนึ่งปรากฏบนท้องฟ้า เพื่อนำทางบรรดาโหราจารย์ไปยังสถานที่ซึ่งพวกเขาสามารถพบกับพระเจ้า
ในรูปของกุมารน้อยคนหนึ่ง พระเจ้าได้ทรงดลใจพวกเขาให้เดินทางจากแดนไกล เพื่อแสดงให้เห็นว่ามนุษย์ในโลกนี้ได้รับการเรียกให้มาพบพระพักตร์พระองค์ เพื่อรู้จักและนมัสการพระองค์

เราแต่ละคนสามารถนำคนอื่นให้มาพบพระเยซูเจ้าได้ อาศัยความรู้ความสามารถต่างๆ ที่พระเจ้าประทานให้เรา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการดำเนินชีวิตในความรักต่อกันที่แสดงออกให้เห็นในภาคปฏิบัติ ในความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การแบ่งปันสิ่งที่เรามีแก่คนอื่นที่เดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือ ที่สำคัญ ในการให้อภัยซึ่งกันและกันด้วยใจกว้าง

นอกนั้น การฉลองพระคริสตเจ้าแสดงองค์ ยังเป็นการไตร่ตรองเกี่ยวกับการเป็นแสงสว่างส่องนานาชาติของพระคริสตเจ้า
ผ่านทางโหราจารย์ที่ติดตามดาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวัง ความยินดี และสันติสุข ผ่านทางศีลล้างบาปเราได้รับแสงสว่างจากองค์แห่งความสว่างของโลกคือพระคริสตเจ้า
ดังนั้น เราจึงได้รับการเรียกให้มาเป็นแสงสว่างส่องโลก ในการประกาศข่าวดีแห่งความหวัง ความยินดี
และสันติสุขกับผู้อื่น ซึ่งพระคริสตเจ้าได้ประทานมาให้เราด้วย เช่นเดียวกัน

 

คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์

danielkhuan@hotmail.com

วัดพระคริสตประจักษ์ นาบัว
1 มกราคม 2011

 
 
 

 

 

 
 
 
   
 
 
 
 

แผนกเทคโนโลยีสารสนเทศ อัครสังฆมณฑลท่าแร่ - หนองแส
600 ม.8 อาคารเซนต์ไมเคิล ตำบลท่าแร่ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร 47230 โทร. 042 751122
E-mail : admin@genesis.in.th