" ขอต้อนรับสู่ อัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง ดินแดนมรณสักขี 7 มาร์ตีแห่งการพลีชีพเพื่อปกป้องความเชื่อ"
     
 

 

วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม 2011
สัปดาห์ที่ 29 เทศกาลธรรมดา


ฟังย้อนหลังคำเทศน์
โดย คูณพ่อทวีชัย ศรีวรกุล
เจ้าอาวาสอาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอลท่าแร่



ข้อราพึงจากพระวาจา
พระคุณเจ้า หลุยส์ จำเนียร สันติสุขนิรันดร์


 


บทอ่านจากหนังสือประกาศกอิสยาห์         อสย 45:1,4-6

องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับกษัตริย์ไซรัส ผู้รับเจิมของพระองค์ว่า “ เราจับมือขวาของเขาไว้ เพื่อปราบชนหลายชาติให้อยู่ใต้อำนาจ ปลดอาวุธจากบั้นเอวของบรรดากษัตริย์ เปิดประตูที่อยู่ต่อหน้าเขา ไม่มีประตูเมืองใดปิดอยู่ได้

เพราะเห็นแก่ยาโคบผู้รับใช้ของเรา เราออกชื่อของท่าน เรียกท่านมา เราให้ตำแหน่งแก่ท่าน แม้ท่านไม่รู้จักเรา เราเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดอีก นอกจากเราไม่มีพระเจ้า แม้ท่านไม่รู้จักเรา เราก็จะคาดอาวุธให้ท่าน เพื่อคนทั้งหลายจากทิศตะวันออกและจากทิศตะวันตก จะได้รู้ว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากเรา เราเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดอีก



 
 

เพลงสดุดี         สดด 96:1-3,4-6,7-9,10-11

         ก) จงร้องเพลงบทใหม่ถวายพระ   ทั่วโลกจะบรรเลงเพลงถวาย
สรรเสริญเยินยอมิรู้คลาย                      จงขยายข่าวว่าพระช่วยเรา
จงประกาศเกียรติก่อต่อต่างชาติ            จงประกาศกิจกรรมย้ำบอกเล่า
พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่ไม่                          บางเบาของชาวเราเหล่าชนรักล้นทรวง



          ข) ต้องสรรเสริญพระองค์อย่างเต็มที่     บารมีมากมายยิ่งใหญ่หลวง
เกรงพระเจ้ามากกว่าพระทั้งปวง                      พระอื่นลวงรูปเคารพนบบูชา
พระเจ้าทรงเป็นผู้สร้างสวรรค์                         พระเกียรตินั้นยิ่งใหญ่ในโลกหล้า
พระวิหารโอฬารตระการตา                             งามนักหนาซึ่งใจเมื่อได้ชม

 

บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงเธสะโลนิกา ฉบับที่หนึ่ง         1 ธส 1:1-5 ข

จากเปาโล สิลวานัสและทิโมธี ถึงพระศาสนจักรที่เมืองเธสะโลนิกา ซึ่งอยู่ในพระเจ้าพระบิดา
และในพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอพระหรรษทานและสันติสถิตอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด
เราขอบพระคุณพระเจ้าทุกเวลาเพื่อท่านทุกคน ระลึกถึงท่านในคำภาวนา เราวอนขอเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าพระบิดา
เฝ้าระลึกอยู่เสมอถึงกิจการซึ่งแสดงความเชื่อของท่าน และระลึกถึงการงานที่แสดงความรักและความพากเพียร
ซึ่งเกิดจากความหวังในพระคริสตเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา

พี่น้องทั้งหลายผู้เป็นที่รักของพระเจ้า เรารู้ว่าท่านได้รับเลือกสรร เพราะ ข่าวดีที่เราประกาศมาถึงท่าน
มิใช่ด้วยคำพูดเท่านั้น แต่ด้วยพระอานุภาพเดชะพระจิตเจ้า และด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม


 

 
 

วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม 2011
สัปดาห์ที่ 29 เทศกาลธรรมดา

พระวรสารนักบุญมัทธิว               มธ 22:15-21

ครั้งนั้น ชาวฟาริสีปรึกษากันเพื่อจับผิดพระวาจาของพระเยซูเจ้า จึงส่งศิษย์ของตนพร้อมกับ
คนที่เป็นฝ่ายของกษัตริย์เฮโรดมาทูลถามพระเยซูเจ้าว่า “ พระอาจารย์ พวกเรารู้ว่าท่านเป็นคนเที่ยงตรง
สั่งสอนวิถีทางของพระเจ้าตามความจริง โดยไม่ลำเอียง เพราะท่านไม่เห็นแก่หน้าใคร
ดังนั้น โปรดบอกเราเถิดว่า ท่านมีความเห็นว่าการเสียภาษีแก่พระจักรพรรดิซีซาร์เป็นการถูกต้องหรือไม่”

พระเยซูเจ้าทรงหยั่งรู้เจตนาร้ายของเขา จึงตรัสว่า “ พวกคนเจ้าเล่ห์ เจ้ามาทดลองเราทำไม
จงนำเงินที่ใช้เสียภาษีมาให้ดูสักเหรียญหนึ่ง” เขาก็นำเงินเหรียญมาถวาย พระองค์จึงตรัสถามว่า
“ รูปและคำจารึกนี้เป็นของใคร” เขาตอบว่า “ เป็นของพระจักรพรรดิซีซาร์” พระองค์จึงตรัสว่า
“ ของของซีซาร์ จงคืนให้ซีซาร์ และของของพระเจ้า ก็จงคืนให้พระเจ้าเถิด”

 

 

 


 
 
 
 

 

หน้าที่ต่อพระเจ้าและบ้านเมือง

 

วันอาทิตย์
สัปดาห์ที่ 29 เทศกาลธรรมดา
ปี A

อสย 4 5:1,4-6
1 ธส 1 :1-5 ข
มธ 22:15-21

 

บทนำ

มหาตะมะ คานธี บิดาผู้สร้างชาติอินเดีย เป็นผู้นำชาวอินเดียต่อสู้เพื่อปลดปล่อยประเทศจากการยึดครองของอังกฤษด้วยวิธี “ อหิงสา ” (การไม่ใช้ความรุนแรง) คานธีจึงเป็นที่เคารพนับถือของชาวอินเดียทั้งชาติและทั่วโลก มีรูปติดอยู่ตามสถานที่ต่างๆ ทั่วไป มีสถานที่แห่งหนึ่งได้ติดรูปคานธีและรูปพระเยซูเจ้าคู่กัน ผู้ที่นิยมนับถือคานธีหลังจากเห็นรูปทั้งสองในสถานที่แห่งนั้น ได้กล่าวว่า “ ข้าพเจ้าโค้งคำนับให้คานธี แต่ข้าพเจ้าคุกเข่านมัสการพระเยซูเจ้า ”

เป็นความจริงว่า การนมัสการนั้นใช้กับพระเจ้าเท่านั้น ส่วนมนุษย์นั้น แม้จะเป็นที่นิยมชมชอบมากเพียงใด เราก็ไม่อาจกราบนมัสการเหมือนพระเจ้าได้เพราะเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง เนื่องจากมนุษย์เป็นสัตว์สังคม ไม่สามารถอยู่ได้โดยลำพังต้องอยู่ร่วมกับคนอื่น เราจึงมีหน้าที่ต่อสังคมและชาติบ้านเมืองที่เราสังกัดอยู่อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เราต้องจัดลำดับหน้าที่ของเราต่อพระเจ้าและชาติบ้านเมืองในแบบที่สมดุลกัน

 

ในสมัยของพระเยซูเจ้า รัฐบาลโรมันได้ผลิตเหรียญสำหรับใช้ในการซื้อขายแลกเปลี่ยน ด้านหนึ่งเป็นรูปของจักรพรรดิติแบริอุส ซีซาร์ อีกด้านหนึ่งเป็นตราแผ่นดิน ประชาชนตั้งแต่อายุ 14 ปีถึง 65 ปี (ในดินแดนที่ถูกยึดครอง) จึงต้องเสียภาษีให้รัฐบาลโรมันด้วยเงินเหรียญที่ผลิตขึ้นนี้ (มีการอ้างถึงเงินเหรียญนี้บ่อยครั้งในพระวรสาร) ซึ่งสำหรับชาวยิวชาตินิยมไม่เห็นด้วยกับการเสียภาษีนี้ จนเป็นที่มาของความเกลียดชังคนเก็บภาษีทุกคน และถือคนเก็บภาษีเป็นคนบาปในระนาบเดียวกับหญิงโสเภณีและฆาตกร แต่พระเยซูเจ้าไม่คิดอย่างนั้น ทรงคบค้ากับพวกคนเก็บภาษีและเรียกคนหนึ่งให้มาเป็นศิษย์ (มธ 9:9-10)

 

1. หน้าที่ต่อพระเจ้าและบ้านเมือง

 

คำถามที่ศัตรูของพระเยซูเจ้าหยิบยกขึ้นมาถามเพื่อจับผิดพระองค์ในพระวรสารวันนี้ “ การเสียภาษีแก่จักรพรรดิซีซาร์เป็นการถูกต้องหรือไม่” มิใช่คำถามที่ต้องการคำตอบแบบตรงไปตรงมา แต่เป็นหลุมพรางที่ต้องการจับผิดพระเยซูเจ้า หากพระองค์ตอบว่า “ ต้องเสีย” ประชาชนจะเสื่อมความนิยมในพระองค์ (เพราะสนับสนุนการยึดครองของพวกโรมัน) หากตอบว่า “ ไม่ต้องเสีย” พรรคพวกของกษัตริย์เฮโรดและชาวฟาริสีจะกล่าวหาพระองค์ว่าเป็นกบฏ ที่ยุยงประชาชนให้ขัดสู้กับอำนาจของพวกโรมัน

 

พระเยซูเจ้าไม่ตกหลุมพรางที่พวกเขาขุดดักไว้ ยิ่งกว่านั้นยังเปิดเผยพันธกิจของพระองค์คือ การสถาปนาอาณาจักรของพระเจ้าและศักดิ์ศรียิ่งใหญ่ของมนุษย์ “ ของของซีซาร์ จงคืนให้ซีซา และของของพระเจ้า ก็จงคืนให้พระเจ้าเถิด” ( มธ 22:21) พระเยซูเจ้าทรงชี้แนะให้เราเคารพผู้ปกครอง ที่ได้รับการแต่งตั้งตามกฎหมายและสิทธิในการปกครองของเขา ทรงชี้ให้เห็นว่า ซีซาร์เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งมิใช่เทพเจ้าแต่อย่างใด ประการสำคัญ ทรงชี้ให้เห็นว่ามีบางสิ่งที่เป็นของพระเจ้า นั่นคือมนุษย์ทั้งครบที่สร้างมาตามฉายาของพระองค์

 

ในฐานะที่เป็นพลเมืองของประเทศ เราต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายบ้านเมือง ต้องเสียภาษี ต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และดำรงตนเป็นพลเมืองดีของชาติบ้านเมือง ในอีกด้านหนึ่ง ในฐานะคริสตชนเราเป็นประชากรแห่งอาณาจักรพระเจ้า เราต้องแสวงหาและปฏิบัติตามแผนการและพระประสงค์ของพระเจ้า ความรักและการรับใช้พระเจ้าที่เรามีต้องแสดงออกต่อเพื่อนพี่น้อง ต้องไม่มีความขัดแย้งกันระหว่างหน้าที่ต่อพระเจ้าและบ้านเมือง

 

2.    บทเรียนสำหรับเรา

 

คำตอบของพระเยซูเจ้าในพระวรสาร ได้ให้บทเรียนที่สำคัญสำหรับเราคริสตชนในการดำเนินชีวิตหลายประการ

 

ประการแรก จงให้ความยุติธรรมกับทุกคน พระเยซูเจ้าต้องการจะบอกเราถึงพันธกรณีแห่งความยุติธรรม ที่จะต้องคืนแก่ทุกคนในสิ่งที่เป็นของเขา เราไม่มีสิทธิที่จะเอารัดเอาเปรียบ หรือแสวงหาประโยชน์เพื่อตัวเราเองเท่านั้นโดยไม่คิดถึงคนอื่น เพราะทุกคนล้วนเป็นฉายาของพระเจ้า เท่าเทียมกันในเกียรติและศักดิ์ศรี จึงควรได้รับการปฏิบัติต่อกันบนพื้นฐานของความเสมอภาคและยุติธรรม

 

ประการที่สอง จงขอบคุณพระเจ้า หากพระเจ้าได้ประทานทุกสิ่งแก่เรา (สิ่งที่เรามีและเราเ ป็น) จึงเป็นหน้าที่ของเราแต่ละคนที่จะต้องขอบพระคุณ วางใจและรับใช้พระองค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพิธีเฉลิมฉลองศีลมหาสนิท ศูนย์กลางแห่งชีวิตคริสตชนซึ่งหมายถึง “ การขอบพระคุณ ” ที่เรามาร่วมพิธีทุกอาทิตย์ เราจะต้องสำนึกพระคุณและมอบคืนแด่พระเจ้าด้วยชีวิตทั้งครบของเรา พระเจ้าจะต้องสำคัญเป็นลำดับแรกเสมอในชีวิตของเรา

 

ประการที่สาม จงนอบน้อมเชื่อฟังพระเจ้า มนุษย์ถูกสร้างมาตามฉายาของพระเจ้า จุดมุ่งหมายของมนุษย์คือการมีส่วนในชีวิตของพระเจ้า ด้วยความนอบน้อมเ ชื่อฟังพระองค์ ในกรณีที่มีความขัดแย้ง เราจะต้องเชื่อฟังพระเจ้ามากกว่าเชื่อฟังมนุษย์ หน้าที่ของเราต่อพระเจ้าจะต้องสำคัญกว่าหมด เช่น การมาวัดวันอาทิตย์ การถือปฏิบัติตามพระบัญญัติ การอธิษฐานภาวนา การให้ความเคารพต่อเพื่อนพี่น้องและมโนธรรมของตน ฯลฯ

  บทสรุป

พี่น้องที่รัก ในพระวรสารชาวฟาริสีพยายามที่จะเล่นงานพระเยซูอยู่ตลอดเวลา แต่พระเยซูเจ้าทรงรู้เท่าทันและหาทางออกต่อปัญหาที่พวกเขาหยิบยกขึ้นมาถามเพื่อจับผิดได้อย่างแนบเนียน อีกทั้งได้เปิดเผยให้เห็นถึงพันธกิจของพระองค์ในการสถาปนาอาณาจักรของพระเจ้า และศักดิ์ศรีของมนุษย์ที่เป็นฉายาของพระเจ้า ที่เราจะต้องมุ่งแสวงหาแผนการและปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระองค์

 

พระเยซูเจ้าได้บอกให้เราทราบว่า ทุกสิ่งเป็นของพระเจ้า เราจึงต้องขอบพระคุณและมอบตัวเราทั้งครบแด่พระเจ้า โดยไม่สงวนสิ่งใดไว้สำหรับตัวเราเอง แต่ละคนจะต้องดำเนินชีวิตตามจิตตารมย์ที่แท้จริงแบบคริสตชน ด้วยการมุ่งการงานหน้าที่และสิ่งที่จะกระทำในวันนี้ ไปสู่พระเจ้าผู้เป็นคำตอบและหลักชัยแห่งชีวิตของเราแต่เพียงผู้เดียว

 

คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์
danielkhuan@hotmail.com

วัดพระคริสตประจักษ์ นาบัว
14 ตุลาคม 2011

 

ติดตามอ่านบทเทศน์ที่
dondaniele.blogspot

 
 

 
   
 
 
 
 

แผนกเทคโนโลยีสารสนเทศ อัครสังฆมณฑลท่าแร่ - หนองแส
600 ม.8 อาคารเซนต์ไมเคิล ตำบลท่าแร่ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร 47230 โทร. 042 751122
E-mail : admin@genesis.in.th